การเลือกโทนสีบ้าน อาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่สำหรับบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพแล้ว “สีบ้าน” คือ องค์ประกอบสำคัญ ที่มีผลทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน ความรู้สึก และภาพรวมของตัวบ้านในระยะยาว
ในบทความนี้ Royal House จึงอยากพาคุณไปรู้จักเหตุผล ที่มืออาชีพให้ความสำคัญกับสีบ้าน หลักการเลือกโทนที่ถูกต้อง และแนะนำสีที่เหมาะกับสไตล์บ้านยอดนิยม เพื่อช่วยให้บ้านของคุณดูสวย กลมกลืน และเพิ่มความน่าอยู่ในการอยู่อาศัย ถ้าคุณอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลย
รู้ไหม ? ทำไมบริษัทรับสร้างบ้านถึงให้ความสำคัญกับโทนสีเป็นพิเศษ
โทนสีบ้าน ไม่ใช่แค่การตกแต่งขั้นสุดท้าย แต่เป็นตัวกำหนด Mood & Tone ของบ้านทั้งหมด ตั้งแต่ประตูรั้วไปจนถึงห้องรับแขก ดังนั้น บริษัทรับสร้างบ้านจึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับขั้นตอนนี้ เพราะสีสามารถสื่อสารความรู้สึก และส่งผลต่อการใช้ชีวิตจริงได้
เช่น สีอ่อน ช่วยสะท้อนแสงทำให้บ้านเย็นขึ้น หรือสีโทนเข้มบางประเภทอาจซีดจางเร็ว เมื่อตากแดดจัดเป็นเวลานาน บริษัทรับสร้างบ้านที่มีประสบการณ์จึงต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ วัสดุที่ใช้ และวิธีดูแลรักษา เพื่อแนะนำสีที่ทั้งสวย และคงทนในระยะยาว
แนะนำ หลักการคุมโทนสีบ้านให้ดูมีสไตล์ ด้วยกฎ 60-30-10
การใช้ กฎ 60-30-10 เป็นวิธีที่นักออกแบบ และบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพนิยมใช้ เพราะช่วยให้การจัดโทนสีทั้งภายนอก และภายในบ้านดูมีสไตล์ ไม่ล้น หรือเรียบเกินไป
60%: สีหลักของบ้าน
สีหลัก ควรใช้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ เช่น ผนังบ้านด้านนอก หรือห้องหลักภายในบ้าน สีนี้มักเป็นสีที่คุม Mood & Tone ของบ้าน เช่น สีขาวครีมสำหรับบ้านสไตล์มินิมอล หรือสีเทาเข้มสำหรับบ้านโมเดิร์น
30%: สีรอง / สีเน้นพื้นที่บางส่วน
สีรอง ช่วยสร้างมิติ และความแตกต่างให้บ้าน เช่น สีไม้เข้มบนกรอบหน้าต่าง ประตู หรือผนังบางส่วน การใช้สีรองช่วยลดความจืดชืดของสีหลัก และทำให้บ้านดูมีเลเยอร์มากขึ้น
10%: สีไฮไลต์
สีไฮไลต์ เป็นสีที่ใช้ในปริมาณน้อย แต่กลับสร้างความโดดเด่นได้มาก หากเลือกใช้ให้ถูก เช่น หมอนอิง ผนังเล็ก ๆ ของห้อง หรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น นอกจากนี้ สีไฮไลต์สามารถเป็นสีสด หรือโทนเข้มเพื่อดึงสายตา และเพิ่มความสนุกให้บ้าน
การคุมโทนสีด้วยกฎ 60-30-10 นี้ จะช่วยให้บ้านดูสมดุล และสวยงามแบบมืออาชีพ ทั้งยังง่ายต่อการปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมสีในอนาคต โดยไม่ทำให้ภาพรวมของบ้านเสียสมดุล สำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่ การเริ่มจากกฎ 60-30-10 จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย และช่วยให้บ้านของคุณออกมาดูมีสไตล์อย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาบริษัทรับสร้างบ้านครบวงจร ที่คำนึงทั้งงานโครงสร้าง งานออกแบบ และการเลือกโทนสีให้เหมาะกับสไตล์บ้าน “Royal House” คือ ผู้เชี่ยวชาญที่มีทั้งหมดครบจบในที่เดียว หากสนใจสอบถามข้อมูล หรือขอคำปรึกษา สามารถติดต่อหาเราได้ที่ Line: @royalhouse

โทนสียอดฮิตสำหรับบ้านแต่ละสไตล์ ที่บริษัทรับสร้างบ้านแนะนำ
หลังจากรู้จักวิธีคุมโทนสีบ้านให้น่าอยู่กันไปแล้ว ต่อมาเราจะพาคุณมาดูโทนสียอดฮิต สำหรับบ้านแต่ละสไตล์ ที่บริษัทรับสร้างบ้านนิยมใช้ กัน ดังต่อไปนี้
บ้านสไตล์โมเดิร์น
บ้านสไตล์โมเดิร์น ขอแนะนำโทนสีที่เน้นความเรียบ คมชัด และดูทันสมัย เช่น เทา-ดำ ขาว-เทา หรือเอิร์ธโทนแบบเข้ม ซึ่งจะช่วยขับเส้นสถาปัตยกรรมให้เด่นขึ้น เน้นความมินิมอล และความเรียบร้อยของตัวบ้าน
บ้านสไตล์มินิมอล
หากเป็นบ้านสไตล์มินิมอล จะนิยมใช้โทนสีสว่าง เช่น ขาว ครีม เบจ และไม้อ่อน ซึ่งจะให้ความรู้สึกสะอาด โปร่งโล่ง และสบายตา เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบง่าย แต่ดูอบอุ่น
บ้านสไตล์สแกนดิเนเวียน
สไตล์สแกนดิเนเวียน ควรผสมระหว่างโทนสีอ่อนกับวัสดุธรรมชาติ เช่น ขาว เทาอ่อน และไม้สีน้ำตาลอ่อน เพิ่มความอบอุ่น และความเป็นธรรมชาติ มีความละมุนแบบยุโรปเหนือ
บ้านสไตล์ลอฟต์
สไตล์ลอฟต์ ต้องเน้นโทนเข้มและดิบ เช่น เทาปูนเปลือย ดำ น้ำตาลเข้ม เหล็ก และไม้ เพื่อช่วยให้บ้านดูเท่ และมีคาแรกเตอร์ชัดเจนแบบอินดัสเทรียล
บ้านสไตล์คลาสสิก
บ้านในสไตล์คลาสสิก จะนิยมใช้โทนสีหรูหรา เช่น ครีม ทอง น้ำตาลเข้ม หรือโทนขาวสว่างแบบยุโรป ซึ่งเหมาะกับบ้านที่มีรายละเอียดงานสถาปัตยกรรมเยอะ เพื่อช่วยเสริมความสง่างาม
บ้านสไตล์ทรอปิคอล
สไตล์ทรอปิคอล ต้องใช้เป็นโทนสีอบอุ่น และเป็นธรรมชาติ เช่น น้ำตาล ไม้เข้ม เขียวธรรมชาติ หรือสีเอิร์ธโทนที่เข้ากับสวน
บ้านสไตล์โคโรเนียล
สำหรับบ้านสไตล์โคโรเนียล แนะนำให้ใช้เป็นโทนสีขาว ครีม และเทาอ่อน เพื่อตัดกับสีประตู และหน้าต่างที่จะมีสีเข้มขึ้น เช่น น้ำเงินเข้ม เขียวเข้ม หรือไม้สีน้ำตาล เพื่อให้ความรู้สึกหรูอ่อนช้อยแบบบ้านยุโรปผสมเอเชีย
บ้านสไตล์คอตเทจ
สไตล์คอตเทจ เข้ากับโทนสีอ่อนหวานได้ดี เช่น พาสเทล ฟ้าอ่อน ชมพูอ่อน ครีม หรือสีเอิร์ธโทนแบบละมุน ซึ่งจะเน้นความอบอุ่น และความโรแมนติกแบบบ้านชนบทอังกฤษ

เทคนิคเลือกโทนสี ให้เหมาะกับพื้นที่ภายนอก และภายในบ้าน
การเลือกโทนสีให้เหมาะกับบ้าน สามารถส่งผลต่อบรรยากาศ ความรู้สึก และภาพลักษณ์ของบ้านได้โดยตรง ซึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้คือ หลักการเลือกสีจะแตกต่างกันระหว่าง “พื้นที่ภายนอก” และ “พื้นที่ภายใน” เจ้าของบ้านจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมที่ต่างกันออกไป ดังนี้
ภายนอกบ้าน
สีสำหรับภายนอกบ้าน บริษัทรับสร้างบ้านขอแนะนำว่า ควรคำนึงถึงความทนทานต่อสภาพอากาศ การสะท้อนความร้อน และสไตล์โดยรวมของตัวบ้าน รวมถึงความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบบ้าน โดยให้เลือกโทนสีอ่อน เพื่อลดความร้อน เช่น
- สีขาว
- สีครีม
- สีเบจ
- น้ำตาลอ่อน
- เขียวสโมกกี้
- เทาอ่อน
ซึ่งจะช่วยสะท้อนแสงแดด ทำให้บ้านเย็นขึ้น และประหยัดพลังงาน และหากต้องการคุม Mood & Tone ให้เข้ากับดีไซน์บ้าน
อย่างไรก็ตาม หากอยากใช้สีเข้ม ก็สามารถทำได้ แต่แนะนำว่าให้ทาเฉพาะบางจุด เพื่อเพิ่มมิติให้บ้านดูมีรายละเอียดโดยไม่ดูทึบเกินไป เช่น
- เส้นขอบหน้าต่าง
- ประตู
- ราวระเบียง
- เส้นคิ้วบ้าน
ภายในบ้าน
โทนสีภายในบ้าน มีผลโดยตรงต่อความรู้สึก และการใช้ชีวิต เจ้าของบ้านจึงควรเลือกตามฟังก์ชันของห้อง และอารมณ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ดังนี้
- ห้องรับแขก: ใช้โทนกลาง เช่น ขาวนวล เทาอ่อน เบจ หรือครีม เพื่อให้ห้องกว้าง และผ่อนคลาย เพิ่มความมีชีวิตชีวาเล็ก ๆ ด้วยโทนไม้ หรือสีทองอ่อน
- ห้องนอน: สีที่ช่วยในการพักผ่อน แนะนำเป็นสีโทนอ่อน เช่น ฟ้า เทาอ่อน ชมพูพาสเทล หรือน้ำตาลอ่อน เพื่อให้รู้สึกสงบ และหลับง่ายขึ้น
- ห้องครัว: ให้ใช้โทนสะอาด และสว่าง เช่น สีขาว เทา หรือเขียวมิ้นต์ ซึ่งจะช่วยให้ดูสะอาด และทำงานได้สบายตา
- ห้องทำงาน ใช้สีที่ช่วยในการโฟกัส และให้ความนิ่ง เช่น เทาอมฟ้า เขียวน้ำทะเล หรือสีเอิร์ธโทน เพื่อช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น และไม่ล้าตา
นอกจากนี้ ยังควรเลือกสีให้สัมพันธ์กับแสงในบ้าน เช่น
- แสงธรรมชาติ: เหมาะกับสีอ่อน และอบอุ่น
- แสงไฟโทนเย็น: เหมาะกับสีเทา น้ำเงิน หรือสีโมเดิร์น
- แสงไฟโทนอุ่น: เหมาะกับเอิร์ธโทน ครีม และน้ำตาล
เป็นอย่างไรกันบ้าง กับโทนสียอดฮิตสำหรับบ้านแต่ละสไตล์ รวมถึงเทคนิคการเลือกใช้สีทั้งภายใน และภายนอกที่เราได้รวบรวมมาให้ในบทความนี้ จะเห็นได้ว่า การเลือกสีบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่ง แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดบรรยากาศ ความรู้สึก และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบ้านคุณได้อย่างชัดเจน
Royal House ในฐานะบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ วางแผนงบประมาณ เลือกโทนสีที่ใช่ ไปจนถึงการก่อสร้าง และส่งมอบบ้านที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้คุณได้บ้านที่ตอบโจทย์ทั้งสไตล์ และการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง หากสนใจสามารถติดต่อหาเราได้ที่ Line: @royalhouse
แนะนำ หลักการคุมโทนสีบ้านให้ดูมีสไตล์ ด้วยกฎ 60-30-10



