ปัญหาใหญ่ที่คนสร้างบ้านไม่อยากพบเจอ คงหนีไม่พ้น “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” ที่ตั้งใจอยากได้บ้านในฝัน แต่กลับต้องเจอกับสถานการณ์ถูกทิ้งงานกลางทาง ทำให้ต้องสูญเสียทั้งเงิน และเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
ดังนั้น หากกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ อย่าพึ่งท้อใจไป ให้ตั้งสติ และตั้งหลักก่อนเป็นอันดับแรก โดยการแก้ไขปัญหามีแนวทางที่สามารถทำตามได้ ในบทความนี้ Royal House ขอแชร์วิธีเตรียมรับมือเมื่อผู้รับเหมาหนีงาน ว่าสามารถดำเนินการอย่างไร
ผู้รับเหมาทิ้งงาน คืออะไร ? เช็กลักษณะที่เข้าข่ายทิ้งงาน
ผู้รับเหมาทิ้งงาน คือ ผู้รับเหมาที่หยุดดำเนินงานกลางคันโดยไม่แจ้งเหตุผลให้เจ้าของงานทราบ หรือไม่กลับมาปฏิบัติงานต่อจนแล้วเสร็จตามที่ระบุไว้ในสัญญา โดยลักษณะที่เข้าข่ายว่าเป็นการทิ้งงาน มีดังนี้
- ติดต่อไม่ได้ หรือบ่ายเบี่ยงเมื่อสอบถามความคืบหน้า: ไม่ว่าจะเป็น การไม่รับโทรศัพท์ ไม่ตอบข้อความ หรือให้คำตอบที่คลุมเครือทุกครั้งที่มีการทวงถามเรื่องความคืบหน้าของงาน
- มีการเรียกเงินเพิ่มโดยไม่สอดคล้องกับงวดงานจริง: เช่น เรียกเก็บเงินในงวดที่ยังทำงานไม่ถึงตามที่ตกลงไว้ หรือขอเบิกเงินล่วงหน้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
- ไม่ส่งมอบงานตามกำหนดในสัญญา: ปล่อยให้เลยกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ โดยไม่มีการแจ้งเหตุผล หรือขอเลื่อนงานอย่างเป็นทางการ
- ผิดสัญญาซ้ำ ๆ: แม้จะมีการตักเตือนหรือให้โอกาสแก้ไขแล้ว แต่ยังคงทำผิดเงื่อนไขในสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนขาดความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานต่อไป

รวม 5 ขั้นตอน รับมือผู้รับเหมาทิ้งงานอย่างถูกต้อง!
หากคุณเป็นผู้เสียหาย จากการถูกผู้รับเหมาหนีงาน การรับมืออย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเป็นเรื่องสำคัญมาก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำด่าทอ หรือกล่าวหาเกินจริง เพราะอาจทำให้ถูกฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาทได้
ซึ่งก่อนจะดำเนินการฟ้องร้อง หรือมองหา บริษัทรับสร้างบ้าน รายใหม่เข้ามาดูแลแทน ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ตามลำดับ ดังนี้
1. ลงบันทึกประจำวัน
เมื่อแน่ใจแล้วว่าถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน ควรเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจทันที เพื่อบันทึกหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้คดีลักษณะนี้จะเป็นคดีแพ่ง แต่การลงบันทึกไว้ก็ช่วยยืนยันช่วงเวลา และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้
2. รวบรวมหลักฐาน
ตรวจสอบสัญญาที่ตกลงกันไว้อย่างละเอียด พร้อมรวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาจ้าง, เอกสาร, BOQ, สลิปการโอนเงิน, ข้อความแชตที่ติดต่อกับผู้รับเหมา รวมถึงภาพถ่าย หรือวิดีโอที่บันทึกความคืบหน้าของงานไว้เป็นระยะ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
3. พยายามติดต่อผู้รับเหมาอีกครั้ง
ส่งข้อความหรือหนังสือแจ้ง ให้ผู้รับเหมากลับมาดำเนินงานต่อภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7-15 วัน เป็นการทวงถาม และให้โอกาสในการแก้ไขปัญหา รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการไกล่เกลี่ย เพื่อหาทางออกร่วมกัน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการทางศาล
4. ทำหนังสือบอกเลิกสัญญาอย่างถูกต้อง
หากผู้รับเหมายังคงเพิกเฉย หรือไม่กลับมาดำเนินงานต่อตามที่แจ้งไว้ ควรจัดทำหนังสือบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนชัดเจน ทั้งวันที่ เหตุผลของการบอกเลิกสัญญา และรายการงานที่ยังค้างอยู่ พร้อมจัดส่งให้ผู้รับเหมาโดยวิธีที่สามารถยืนยันการรับทราบได้
เช่น ไปรษณีย์ตอบรับ หรือแอปฯ ที่ติดต่อกันเป็นประจำ เพื่อให้การยกเลิกสัญญามีผลทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ และป้องกันข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
5. ดำเนินคดีทางกฎหมาย
สุดท้ายคือปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินการแจ้งความ และฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้รับเหมาต่อไป โดยก่อนดำเนินการควรประเมินความเสียหาย และปริมาณงานที่ค้างอยู่ให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการเรียกร้องค่าเสียหายตามความเป็นจริง ทั้งนี้ เพื่อให้การเรียกร้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีในชั้นศาล
หมายเหตุ: ทั้งหมดเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง ควรปรึกษาทนายความ
สำหรับใครที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน แต่ยังไม่แน่ใจในการเลือกผู้รับเหมา ขอแนะนำ Royal House บริษัทรับสร้างบ้านที่มีประสบการณ์สูงกว่า 40 ปี พร้อมแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 160 ดีไซน์ ครอบคลุมหลากหลายสไตล์ทั้ง
- โมเดิร์น
- ทรอปิคอล
- ทัสคานี
- คอนเทมโพรารี่
- โคโลเนียล
- และคลาสสิก
โดยสามารถออกแบบ และปรับแบบได้ฟรี เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะที่ดินและไลฟ์สไตล์ของคุณโดยเฉพาะ

แนวทางป้องกันไม่เจอผู้รับเหมาทิ้งงานซ้ำ จบปัญหาตั้งแต่เริ่ม
ปัญหาถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน เป็นประเด็นที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ข่าวการฟ้องร้องที่ปรากฏตามหน้าสื่อต่าง ๆ หรือแม้แต่ดาราคนดัง ก็ยังตกเป็นผู้เสียหายมาแล้ว
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเอง ต้องเจอกับผู้รับเหมาที่มีเจตนาไม่สุจริต จึงมีแนวทางป้องกันที่ควรนำไปปรับใช้ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนี้
ตรวจสอบประวัติ และรีวิวผู้รับเหมาก่อนจ้าง
เริ่มต้นด้วยการนำชุดคำถามกับบริษัทรับสร้างบ้านไปสอบถาม และตรวจสอบประวัติการทำงานให้แน่ใจว่ามีผลงานที่น่าเชื่อถือ มีการจดทะเบียนบริษัทเป็นหลักแหล่งชัดเจน มีเบอร์ติดต่อที่ใช้งานมานานโดยไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย
พร้อมพิจารณาราคาที่เสนอ ให้สมเหตุสมผลตามมาตรฐาน ไม่ควรตัดสินใจจากราคาถูก หรือความรู้จักส่วนตัวเพียงอย่างเดียว ควรขอดูตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาเพิ่มเติม
ทำสัญญาที่รัดกุม ระบุงวดงาน และงวดเงินชัดเจน
การทำสัญญาจ้าง จำเป็นต้องมีความละเอียด และชัดเจนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ขอบเขตของงาน ระยะเวลาการก่อสร้าง กำหนดวันส่งมอบงาน ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ตลอดจนเงื่อนไขการรับประกันผลงาน โดยเนื้อหาในสัญญา ควรตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย เพื่อป้องกันข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
อย่าจ่ายเงินล่วงหน้าเกินสัดส่วนงาน
กำหนดขั้นตอนการจ่ายเงิน ให้สอดคล้องกับความคืบหน้าของงานจริงในแต่ละงวด โดยหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินล่วงหน้า ในสัดส่วนที่สูงเกินกว่างานที่ทำเสร็จแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงหากผู้รับเหมาหนีงานกลางคัน และยังช่วยรักษาอำนาจต่อรองไว้ในมือของเจ้าของงานตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
สรุป ปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน แก้ได้ ไม่ต้องกลัว
โดยสรุป ปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้น ด้วยการหมั่นตรวจสอบความคืบหน้า และสังเกตพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดปกติ เช่น ติดต่อไม่ได้ หรือบ่ายเบี่ยงเมื่อถูกสอบถาม
แต่หากเจอปัญหานี้แล้วก็อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะสามารถแก้ไขได้ตาม 5 ขั้นตอนที่แนะนำไปข้างต้น และเพื่อไม่ให้ต้องเจอปัญหาซ้ำอีก ควรใส่ใจแนวทางป้องกัน ตั้งแต่เริ่มเลือกผู้รับเหมาด้วยเช่นกัน
สุดท้ายนี้ ใครที่มีที่ดินพร้อมแล้ว และกำลังมองหา บริการรับสร้างบ้านหรู ที่ไว้ใจได้ และมีมาตรฐานสูง อย่าลืมนึกถึง Royal House บริษัทรับสร้างบ้านที่ใช้ระบบโครงสร้างเสาคานหล่อในที่ แข็งแรง มั่นคง รองรับการอยู่อาศัยระยะยาวของทุกคนในครอบครัว สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line: @royalhouse




