สำหรับคนทำงานประจำ การเตรียมเงินก้อนใหญ่สำหรับสร้างบ้านในฝันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้การยื่นขอสินเชื่อกลายเป็นทางเลือก ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทั้งยังช่วยให้การสร้างบ้าน เป็นเรื่องไม่ไกลเกินเอื้อม ซึ่งหลายคนอาจเกิดคำถามว่า ควรกู้เงินสร้างบ้านธนาคารไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับงบประมาณ และเงินเดือนของตัวเอง
โดยในบทความนี้ Royal House จะพาทุกคนมาดูสินเชื่อสร้างบ้านจากธนาคารชั้นนำ เพื่อเป็นแนวทางให้เจ้าของบ้านได้เปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่อัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้ และระยะเวลาการผ่อน พร้อมกับแนะนำเอกสารเตรียมยื่นกู้ในขั้นเบื้องต้น

กู้เงินสร้างบ้านธนาคารไหนดี? รวมสินเชื่อสร้างบ้าน ที่เจ้าของบ้านห้ามพลาด
การขอสินเชื่อสร้างบ้าน ถือเป็นการขอกู้ในระยะยาวหลักสิบปี และมีมูลค่าการกู้ยืมที่สูง ดังนั้น เจ้าของบ้านควรเลือก และพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อควบคุมงบประมาณในการสร้างบ้านได้
สำหรับใครที่ยังสงสัยว่า ควรกู้เงินสร้างบ้านธนาคารไหนดี Royal House ได้เตรียมคำตอบมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นหนึ่งในธนาคารยอดนิยมที่เจ้าของบ้านตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อ เพราะวงเงินกู้สูง อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำ และผ่อนชำระได้ยาวนาน ช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนต่ำ และมีความยืดหยุ่นสูง นอกจากนี้ ยังไม่มีการบังคับ ให้ทำประกันชีวิตพร้อมกับการกู้ขอสินเชื่อ และไม่มีผลต่อการพิจารณาอนุมัติ
วัตถุประสงค์การยื่นกู้
- เพื่อปลูกสร้างอาคาร (ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ และอาคารพาณิชย์ เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น)
- สำหรับซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย
- เพื่อชำระค่าดอกเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA/ MLTA)
วงเงิน
- วงเงินกู้ตามหลักเกณฑ์ประกัน ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ
- วงเงินกู้ตามเกณฑ์รายได้ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ
ระยะเวลากู้
- ไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 40 ปี อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 70 ปี
- สำหรับข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุของผู้กู้ เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี
คุณสมบัติผู้กู้
- ผู้กู้ต้องปลูกสร้างที่อยู่อาศัย บนที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
2. ธนาคารกสิกรไทย
สำหรับสินเชื่อปลูกสร้างบ้าน ของธนาคารกสิกรไทย มีดอกเบี้ยให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบคงที่ และลอยตัว เพื่อให้ลงตัวกับทุกแผนการเงิน โดยสามารถยื่นกู้ได้ทั้งผู้ประกอบการ พนักงานที่มีรายได้ประจำ และผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ
วงเงิน
- กรณีปลูกสร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระของตนเอง: วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของราคาค่าก่อสร้าง และไม่เกิน 100% ของราคาประเมินที่ดิน และราคาประเมินแบบสิ่งปลูกสร้าง
- กรณีซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน: ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาประเมินที่ดิน และราคาประเมินแบบสิ่งปลูกสร้าง
ระยะเวลากู้
- ระยะเวลากู้: สูงสุดไม่เกิน 30 ปี (อายุผู้กู้รวมระยะเวลาผ่อนต้องไม่เกิน 60-65 ปี สำหรับพนักงานประจำ และไม่เกิน 70 ปี สำหรับเจ้าของธุรกิจ)
คุณสมบัติผู้กู้
- สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 70 ปี
- กู้ร่วมกันได้ไม่เกิน 3 คน และต้องมีความสัมพันธ์กัน
- หากกู้คนเดียว รายได้ตั้งแต่ 15,000 บาท ต่อเดือนขึ้นไป
- หากกู้ร่วม รายได้รวมกัน 15,000 บาท ต่อเดือนขึ้นไป
- สำหรับผู้มีรายได้ประจำ อายุงานไม่น้อยกว่า 6 เดือน (อายุงานรวมที่ทำงานเก่า และผ่านการทดลองงาน ณ ที่ทำงานปัจจุบัน)
- สำหรับเจ้าของกิจการ ต้องประกอบธุรกิจปัจจุบันมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
- สำหรับอาชีพอิสระ ต้องประกอบอาชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
3. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สำหรับใครที่ต้องการสร้างบ้านใหม่ หรือปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเดิม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีสินเชื่อให้เจ้าของบ้านกู้เงินปลูกบ้านได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 30 ปี และมีบริการให้เลือกหลากหลาย รองรับทั้งพนักงานประจำ และผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
วงเงิน
- วงเงินกู้สูงสุด 100% ของค่าจ้างปลูกสร้าง กรณีขอสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดิน ซึ่งผู้ขอสินเชื่อเป็นเจ้าของ หรือเจ้าของร่วม
- วงเงินกู้รวมสูงสุด 90% ของราคาประเมินที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง กรณีขอสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน พร้อมสินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคชบนที่ดิน ซึ่งผู้ขอสินเชื่อเป็นเจ้าของ หรือเจ้าของร่วม
ระยะเวลากู้
- สูงสุดไม่เกิน 30 ปี โดยระยะเวลาผ่อนชำระ รวมกับอายุผู้กู้ต้องไม่เกิน 65 ปี
คุณสมบัติผู้กู้
- สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี
- สำหรับพนักงานประจำ อายุงานรวมที่ทำงานเดิม และปัจจุบันตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป (งานปัจจุบันต้องผ่านการทดลองงานแล้ว)
- ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องประกอบธุรกิจตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
- ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้กู้ และสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ได้
4. ธนาคารออมสิน
ธนาคารออมสิน ก็มีบริการสินเชื่อบ้านเช่นกัน โดยจะเป็นสินเชื่อบ้านใหม่ และบ้านมือสอง ด้วยเงื่อนไขสบาย ๆ อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ผู้กู้สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตามความต้องการ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้
วงเงิน
- ให้กู้กรณีเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัย รวมถึงกรณีกู้เพิ่มเติม เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย และกรณีกู้เพิ่มเติม เพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ รวมกันสูงสุดไม่เกินร้อยละ 110 ของราคาซื้อขาย หรือราคาประเมินหลักทรัพย์ แล้วแต่ราคาใดที่ต่ำกว่า
ระยะเวลากู้
- ระยะเวลากู้: สูงสุดไม่เกิน 30 ปี (อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาผ่อนต้องไม่เกิน 65-70 ปี)
- กรณีกู้เพิ่มเติมเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย: ไม่เกิน 40 ปี ทั้งนี้ ต้องไม่เกินระยะเวลาชำระเงินกู้ ตามกรณีกู้ เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัย
- กรณีกู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าประกันชีวิต เพื่อประกันสินเชื่อ และ/หรือกรณีที่มีการกู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย: ไม่เกิน 30 ปี
คุณสมบัติผู้กู้
- สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 70 ปี
- มีอาชีพ และรายได้ที่แน่นอน
- กู้ร่วมกับบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์เป็นคู่สมรส บุตร บิดา มารดา หรือ พี่น้อง ร่วมบิดามารดาเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมใน หลักประกันทุกคนก็ได้
- กู้ร่วมกับบุคคลอื่น ต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมในหลักประกันทุกคน
5. ธนาคารกรุงไทย
สำหรับสินเชื่อบ้านของธนาคารกรุงไทย เป็นสินเชื่อที่ครอบคลุมทั้งการกู้ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง และกู้เงินสร้างบ้าน ดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลากู้บ้านนานสูงสุด 40 ปี และครอบคลุมทุกอาชีพ ตั้งแต่พนักงานประจำ เจ้าของกิจการ และผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ
วงเงิน
- วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาซื้อขาย หรือราคาประเมินหลักประกัน (ขึ้นอยู่กับหลักประกันตามที่ธนาคารกำหนด)
ระยะเวลากู้
- ระยะเวลากู้บ้านสูงสุด 40 ปี จนถึงอายุ 70 ปี
คุณสมบัติผู้กู้
- สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป
- พนักงานประจำ อายุงานไม่น้อยกว่า 6 เดือน และผ่านการทดลองงาน ณ ที่ทำงานปัจจุบัน
- เจ้าของกิจการ และธุรกิจส่วนตัว ประกอบธุรกิจปัจจุบันมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
- อาชีพอิสระ ประกอบอาชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน
- ผู้กู้ร่วมต้องมีความสามารถในการจ่ายเงินกู้ร่วมกับผู้กู้หลัก
6. ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อสร้างบ้านของธนาคารกรุงเทพ มีอัตราดอกเบี้ยให้เลือกหลากหลาย และวงเงินสูง ทั้งยังเอื้อต่อพนักงานประจำ และเจ้าของธุรกิจส่วนตัว โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
วงเงิน
- สูงสุด 100% ของมูลค่าหลักประกัน หรือไม่เกินภาระหนี้สินเชื่อบ้านคงเหลือ
- ทั้งนี้ ยังมีวงเงินกู้เพิ่มเติม จากวงเงินสูงสุดเพื่อซื้อประกันชีวิตคุ้มครองเครดิตโฮมเฟิสต์ และประกันอัคคีภัยระยะยาว
ระยะเวลากู้
- อย่างน้อย 5 ปี สูงสุด 30 ปี (เฉพาะพนักงานประจำสูงสุด 35 ปี) รวมอายุผู้กู้สูงสุด 65 ปี
- สามารถเลือกผ่อนชำระได้ทั้งแบบขั้นบันได หรือแบบคงที่
คุณสมบัติผู้กู้
- สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป
- มีรายได้ประจำ หรือประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งต้องแสดงหลักฐานรายได้ที่ชัดเจนย้อนหลังไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- มีประวัติทางการเงินที่ดี ในข้อมูลของบริษัทเครดิตบูโร
7. ธนาคารไทยพาณิชย์
สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านจากธนาคารไทยพาณิชย์ มาพร้อมกับวงเงินตกแต่งบ้าน โดยสามารถเลือกรับอัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษ ทั้งแบบคงที่ หรือแบบลอยตัว เพื่อให้เจ้าของบ้านสร้างบ้านของตัวเอง ให้ออกมาได้ตรงตามความต้องการ
วงเงิน
- วงเงินกู้สูงสุด 100% ของสัญญาปลูกสร้างบ้าน (กรณีที่ดินปลอดภาระ)
ระยะเวลากู้
- ระยะเวลากู้บ้านสูงสุด 30 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระรวมอายุผู้กู้แล้วไม่เกิน 65 ปี
คุณสมบัติผู้กู้
- สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป
- ไม่เคยเป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน
8. ธนาคารยูโอบี
สินเชื่อบ้านยูโอบี (UOB Home Loan) สินเชื่อที่ธนาคารให้กู้ยืม เพื่อนำไปซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง คอนโด หรือปลูกสร้างบ้าน เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และอนุมัติไวภายใน 3 วัน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
วงเงิน
- วงเงินกู้สูงสุด 85-100% ของราคาประเมินที่ดินรวมกับค่าก่อสร้างบ้าน (ตามเกณฑ์ประเมิน และสัดส่วนพื้นที่ของสถาบันการเงิน)
- วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท (15 – 30 ล้านบาท สำหรับต่างจังหวัด)
ระยะเวลากู้
- ระยะเวลากู้บ้านสูงสุด 30 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระรวมอายุผู้กู้แล้วไม่เกิน 70 ปี
คุณสมบัติผู้กู้
- สัญชาติไทย
- รายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท
- อายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปี (หรือ 3 ปีสำหรับเจ้าของกิจการ)
- อายุไม่เกิน 70 ปี สำหรับผู้กู้ที่มีรายได้เป็นเงินประจำทั่วไป และหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
- อายุไม่เกิน 75 ปี สำหรับเจ้าของกิจการ
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบสินเชื่อปลูกบ้านจากสถาบันทางการเงินต่าง ๆ แล้ว ยังไม่แน่ใจว่าควรยื่นกู้กับที่ไหนดี การใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน ก็ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สะดวก ซึ่ง Royal House มีพันธมิตรกับสถาบันทางการเงินมากมาย โดยเราพร้อมให้คำแนะนำ และช่วยคุณเลือกธนาคารที่ตรงกับความต้องการของคุณให้ได้มากที่สุด
ไขคำตอบ! กู้เงินสร้างบ้าน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ก่อนยื่นขอสินเชื่อสร้างบ้าน การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดโอกาสที่ธนาคารจะขอเอกสารเพิ่มเติม โดยเอกสารที่ควรเตรียม มีดังนี้
เอกสารเบื้องต้น
โดยทั่วไปแล้ว ธนาคารมักจะขอเอกสารตัวจริง และสำเนาเอกสารของผู้กู้ เพื่อส่งพิจารณา โดยเจ้าหน้าที่สินเชื่อของแต่ละธนาคาร จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินการ หรือสามารถดูได้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร ซึ่งเอกสารที่ต้องเตรียม มีดังนี้
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือน
- สำเนาเดินบัญชี ย้อนหลัง 6 เดือน (ต้องเป็นบัญชีที่เงินเดือนเข้า)
- เอกสารคู่สมรส
เอกสารสำหรับขอสินเชื่อสร้างบ้าน
นอกจากเอกสารทั่วไปแล้ว ธนาคารอาจขอตรวจดูเอกสารเพิ่มเติม เพื่อประเมินมูลค่าการก่อสร้างบ้าน ดังนี้
- แบบบ้าน: ช่วยให้ธนาคารทราบรายละเอียดของตัวบ้าน เช่น ขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนชั้น รูปแบบการก่อสร้าง และรายการวัสดุเบื้องต้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินมูลค่าของบ้านหลังสร้างเสร็จ
- ผู้รับเหมา หรือสัญญาว่าจ้างรับเหมาก่อสร้าง: โดยระบุขอบเขตงาน ระยะเวลาก่อสร้าง และมูลค่างานอย่างชัดเจน เพื่อให้ธนาคารใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้รับจ้าง และประเมินความเหมาะสมของวงเงินกู้
- โฉนดที่ดิน: เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันกรรมสิทธิ์ของผู้กู้หรือเจ้าของที่ดิน รวมถึงใช้เป็นหลักฐาน ประกอบการประเมินหลักประกันของธนาคาร หากที่ดินเป็นชื่อบุคคลอื่น อาจต้องเตรียมเอกสารยินยอมจากเจ้าของที่ดิน หรือเอกสารเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
- ใบอนุญาตการก่อสร้าง: เพื่อเป็นหลักประกันว่าการก่อสร้างบ้านของผู้กู้ จะไม่มีปัญหาย้อนหลัง และไม่มีผลต่อการปล่อยกู้
สรุป สิ่งที่ควรรู้ก่อนยื่นกู้เงินสร้างบ้าน
การเลือกสินเชื่อสร้างบ้านที่เหมาะสม ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การสร้างบ้านเป็นไปตามแผน ทั้งด้านงบประมาณ และภาระการผ่อนชำระในระยะยาว ดังนั้น ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ เจ้าของบ้านควรเปรียบเทียบรายละเอียดของแต่ละธนาคาร ทั้งอัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้ ระยะเวลาผ่อน รวมถึงคุณสมบัติของผู้กู้ และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและให้กระบวนการดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น
ทั้งนี้ หากต้องการพาร์ตเนอร์ในการสร้างบ้าน และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการยื่นสินเชื่อ Royal House บริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำของไทย พร้อมเป็นที่ปรึกษา และดูแลคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกแบบบ้าน การวางแผนงบประมาณ การเตรียมเอกสารสำหรับยื่นขอสินเชื่อ
ไปจนถึงการประสานงานกับสถาบันการเงินพันธมิตร เพื่อช่วยให้คุณเลือกสินเชื่อที่เหมาะกับรายได้ และแผนการเงิน พร้อมเดินหน้าสร้างบ้านในฝันของคุณ ให้ออกมาเป็นจริง หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ Line: @royalhouse




