บ้านที่ดูอึดอัด และคับแคบตลอดเวลา อาจไม่ได้เกิดจากขนาดพื้นที่ใช้สอยในบ้านเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงวิธีการวางแปลนห้อง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ การเลือกโทนสี ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต จนของสะสมเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้จากบ้านที่ดูกว้างขวาง กลายเป็นบ้านที่แคบลงเรื่อย ๆ
ในบทความนี้ Royal House บริษัทรับสร้างบ้านโมเดิร์นชั้นนำ จะมาแจกเทคนิคการจัดบ้านให้ดูโปร่งโล่ง สบายตา ตั้งแต่การจัดวางแปลนบ้านที่เหมาะสม การเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ ไปจนถึงเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยหลอกสายตา ให้บ้านดูกว้างขึ้น หากพร้อมแล้ว เราไปเจอกันได้เลย

4 ข้อเสียของแบบบ้านที่มีความคับแคบ โดยบริษัทรับสร้างบ้านโมเดิร์น
บ้านที่มีความคับแคบ อาจเป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ สำหรับใครหลายคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบของพื้นที่ในบ้าน อาจลามไปถึงคุณภาพชีวิต สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัยโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ก่อนที่จะไปเริ่มออกแบบบ้านให้โปร่งโล่งยิ่งขึ้น Royal House บริษัทรับสร้างบ้านโมเดิร์น ได้รวบรวมข้อเสียของแบบบ้านที่มีความคับแคบมาให้แล้ว ดังนี้
พื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอ
เมื่อพื้นที่ในบ้านจำกัด การทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน จะกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น เช่น การเดินภายในบ้าน การจัดวางของใช้ชิ้นใหม่ หรือแม้แต่การทำงาน และพักผ่อนในพื้นที่เดียวกัน อาจทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่คล่องตัว จนรู้สึกว่าบ้านไม่ใช่เซฟโซนในการใช้ชีวิตอีกต่อไป
อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
บ้านที่มีพื้นที่คับแคบ มักมีการระบายอากาศที่ไม่ดี ส่งผลให้บ้านมีกลิ่นอับชื้น ทั้งยังอาจสะสมเชื้อโรค หรือฝุ่นละอองไม่ได้ หากไม่ทำความสะอาดบ่อย ๆ หรือจัดเก็บบ้านให้เป็นระเบียบ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจระยะยาว
ขาดความเป็นส่วนตัว
พื้นที่จำกัด ทำให้สมาชิกในบ้านต้องใช้พื้นที่ร่วมกันมากขึ้น และขาดพื้นที่ส่วนตัว ส่งผลให้สมาชิกแต่ละคนเกิดความเครียด หรือความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะครอบครัวขนาดใหญ่ ที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชัน และครอบครัวที่สมาชิก จำเป็นต้องใช้พื้นที่ส่วนตัวในการทำงาน
เก็บของได้ยาก
เมื่อภายในบ้านไม่มีที่จัดเก็บที่เพียงพอ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จะถูกวางกระจัดกระจายตามพื้น หรืออัดแน่นตามตู้เก็บของ และโต๊ะที่ยังมีที่ว่างหลงเหลืออยู่ ทำให้บ้านดูไม่เป็นระเบียบ อึดอัด ทั้งยังทำให้บ้านดูคับแคบมากขึ้น
สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับสร้างบ้าน แต่กลัวว่าบ้านที่สร้างออกมาจะดูคับแคบ อย่าลืมนึกถึง Royal House บริษัทรับสร้างบ้านที่เข้าใจการสร้างบ้าน ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย ทั้งยังเชี่ยวชาญในการออกแบบบ้านทุกรูปแบบ และเข้าใจเรื่องวัสดุต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง

10 หลักการออกแบบบ้านโมเดิร์นให้ดูโปร่ง และกว้างขวาง แม้พื้นที่จำกัด
ในยุคที่ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น การเลือกสร้างบ้านขนาดเล็ก หรือบ้านขนาดกลาง ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของการสร้างบ้านยุคใหม่ ซึ่งโจทย์ใหญ่ที่บริษัทรับสร้างบ้านโมเดิร์นต้องเจอ คือ การสร้างบ้านอย่างไร ให้ใช้งานได้คุ้มค่า งบประมาณไม่บานปลาย และทำอย่างไรให้ไม่รู้สึกอึดอัด ซึ่งหลักการออกแบบบ้านโมเดิร์น ให้ดูโปร่งโล่ง มีดังนี้
ออกแบบผังบ้านให้มีพื้นที่เปิดโล่ง
หนึ่งในหลักการที่ช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้น คือ การออกแบบผังบ้านแบบ Open Plan ด้วยการจัดฟังก์ชันให้เชื่อมต่อถึงกัน หรืออยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ต้องก่อกำแพง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องทำงาน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่ง และกว้างขวาง โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดพื้นที่ห้อง
ทั้งนี้ หากรู้สึกว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างไว้ในพื้นที่เดียว จะทำให้บรรยากาศของบ้านดูลายตา แนะนำให้แบ่งพื้นที่ด้วย พรม ลวดลายพื้น แสงไฟ หรือประตูบานเลื่อนแบบโปร่งแสง เพื่อลดการใช้ผนังทึบ
เพิ่มแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน
ปัจจัยสำคัญที่บริษัทรับสร้างบ้านโมเดิร์น นิยมใช้ในการออกแบบบ้าน คือ การเพิ่มแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน เพื่อสร้างความรู้สึกสว่าง โปร่งโล่ง และมอบความสดชื่นให้กับผู้อยู่อาศัย ดังนั้น การวางตำแหน่งของประตู หน้าต่าง ช่องแสงต่าง ๆ และการออกแบบ Facade ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ตัวอย่างเช่น การใช้ประตูบานเลื่อนกระจก, หน้าต่างทรงสูงแบบ Full Height, การเพิ่มช่องแสง Skylight บนหลังคา และการใช้บล็อกแก้วตามจุดอับ ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยให้แสงธรรมชาติ สอดส่องเข้ามาในบ้านอย่างพอดิบพอดี
เลือกโทนสีสว่าง
รู้หรือไม่? สีของผนัง พื้น เพดาน และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน มีผลต่อการรับรู้ของขนาดพื้นที่โดยตรง ดังนั้น ควรใช้โทนสีสว่าง เช่น สีเอิร์ธโทน สีขาว สีครีม สีเบจ สีเทา หรือสีพาสเทล เพื่อให้บ้านดูสว่าง โปร่งโล่ง และสบายตาในทุกมุม ทั้งนี้ หากต้องการใช้สีที่เข้มมาตกแต่งบ้าน ควรใช้กับวัตถุเล็ก ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มมิติให้กับห้อง
เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ถูก
หากพื้นที่ในบ้านมีจำกัด ไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่ หรือมีลวดลายเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้บ้านดูแน่น และอึดอัดเกินไป ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว หรือเฟอร์นิเจอร์แบบ Multi Function เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ และหลอกสายตาว่าบ้านดูกว้าง
ใช้กระจกเข้ามาช่วย
อีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยให้บ้านดูกว้างมากขึ้น คือ การติดตั้งกระจกเงา หรือกระจกใส บริเวณบานประตู ผนังส่วนที่ยาวที่สุดของห้อง หรือใช้ในการกั้นห้อง ซึ่งเป็นเทคนิคหลอกตาให้บ้านดูมีมิติ ยาว และกว้างยิ่งขึ้น ตอบโจทย์บ้านขนาดเล็กที่มีของเยอะ แต่อยากให้บ้านดูโปร่ง
แบ่งโซนพื้นที่ให้เป็นระเบียบ
เทคนิคจัดบ้านโมเดิร์นให้น่าอยู่อีกหนึ่งวิธี คือ การแบ่งโซนในบ้านให้เป็นระเบียบ จะช่วยให้ง่ายต่อการแบ่งโซนต่าง ๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน เช่น โซนนั่งทำงาน โซนนั่งเล่น และโซนรับประทานอาหาร เป็นต้น เมื่อภาพรวมของบ้านเป็นสัดส่วน ย่อมช่วยให้เจ้าของบ้านมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น และจัดเก็บของได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ยกระดับเพดานให้ดูสูงขึ้น
เพดานสูง ช่วยให้ Mood & Tone ของบ้านดูโปร่งโล่งมากกว่าห้องที่เพดานต่ำ แม้พื้นที่ใช้สอยจะเท่ากัน ดังนั้น ควรออกแบบเพดานให้มีความสูงประมาณ 2.6-2.8 เมตร หรือใช้เพดานแบบเล่นระดับ (Drop Ceiling) ในบางจุด เพื่อเพิ่มความโปร่งให้กับบ้าน
Built-in เฟอร์นิเจอร์
ในช่วงร่างแบบบ้าน หากเล็งเห็นแล้วว่าการเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่ อาจทำให้บ้านดูคับแคบ ลองใช้เฟอร์นิเจอร์ Built-in เพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย เพราะเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in สามารถออกแบบให้แนบผนัง และอยู่ในจุดที่เหมาะสมได้ตามความต้องการ
เลือกใช้ประตูบานเลื่อน หรือประตูพับ
การใช้ประตูบานเลื่อน หรือประตูพับ แทนประตูบานสวิง จะช่วยประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิดได้อย่างมาก ทำให้สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ใกล้ประตูได้มากขึ้น ซึ่งไอเดียนี้เหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็ก เพราะไม่ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับวงสวิงของประตู
จัดพื้นที่นอกบ้านให้เชื่อมกับภายใน
สำหรับเจ้าของบ้านหลังเล็ก (Tiny House) ที่อยากให้บรรยากาศบ้านดูปลอดโปร่ง ตั้งแต่ภายนอกบ้าน จนถึงภายในบ้าน แนะนำให้ติดตั้งประตูบานเลื่อนกระจก บริเวณที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อม หรือจัดมุมนั่งเล่นริมหน้าต่าง เพื่อให้รู้สึกว่าบ้านมีพื้นที่มากกว่าเดิม
ทั้งนี้ สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการที่ปรึกษาดี ๆ ในการดีไซน์บ้านให้กว้างขวาง Royal House บริษัทรับสร้างบ้านโมเดิร์น พร้อมดูแลคุณในทุกกระบวนการสร้างบ้าน ตั้งแต่การเลือกแบบบ้าน การสำรวจที่ดิน การดำเนินการสร้าง การจัดการเรื่องเอกสาร ไปจนถึงการรับประกันหลังสร้างบ้านเสร็จ หากสนใจ สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ Line: @royalhouse




